Mui Studio & Thai fandub

เว็บบอร์ดรวบรวมผลงานของทีมพากย์ หมุยสตูดิโอ และเชิญชวนเหล่าผู้ล่าความฝัน ต้องการฝึกฝนการพากย์ หรือ ต้องการทำเป็นงานอดิเรก หรือ เพื่อความสนุกก็ตาม มาโพสงานโชว์ความสามารถกันได้ที่นี่ ยินดีต้อนรับทุกคนที่ชื่นชอบการพากย์หรือทุกคนทีแวะมาชมนะคร้าบ
 
บ้านบ้าน  PortalPortal  CalendarCalendar  ช่วยเหลือช่วยเหลือ  ค้นหาค้นหา  รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้  สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register)  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)  

Share | 
 

 ความเป็นมาของการพากย์ภาพยนตร์ในประเทศไทย

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
Admin
Admin


จำนวนข้อความ : 273
Join date : 09/01/2010
ที่อยู่ : ในใจเธอ

ตั้งหัวข้อเรื่อง: ความเป็นมาของการพากย์ภาพยนตร์ในประเทศไทย   Sat Jan 30, 2010 9:51 pm

ความเป็นมาของการพากย์ภาพยนตร์ในประเทศไทย

ข้อมูลข้างล่างนี้ ได้มาจาก "สมาคมนักพากย์ภาพยนตร์แห่งประเทศไทย"

(Film Versionist Association)

และขอบคุณ พอเพียง มากๆนะครับ ได้ความรู้เยอะแยะเลย

ในสมัยก่อน ก่อนที่จะมีโทรทัศน์ ... ความบันเทิงของคนไทยนั้น

ถ้าเป็นคนในกรุงเทพฯ ก็จะอยู่กับละครเวทีเป็นส่วนใหญ่

ถ้าเป็นภาคกลาง ก็เป็นลิเก

ถ้าเป็นปักษ์ใต้ ก็เป็นโนรา

และถ้าเป็นภาคอีสาน ก็จะเป็นลำเพลิน



จนต่อมา มีการนำภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาฉายในเมืองไทย



เมื่อมีการนำภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาฉายในเมืองไทยแ ล้ว ในกรุงเทพฯ เอง ละครเวทีได้รับผลกระทบมาก

จนค่อย ๆ เลือนหายไป โรงที่ใช้เล่นละครจึงถูกดัดแปลงเป็นโรงฉายภาพยนตร์



การนำภาพยนตร์มาฉายนั้น หากเป็นภาพยนตร์มีเสียงในฟิล์ม ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการพากย์ไทย

มิฉะนั้น คนดูจะไม่รู้เรื่อง จึงเกิดอาชีพ "พากย์ภาพยนตร์" หรือ "พากย์หนัง" ขึ้นมา



แม้กระทั่ง เมื่อมีการสร้างภาพยนตร์ไทยขึ้นเอง ในยุคแรก ๆ เป็นภาพยนตร์ขนาด 16 มม.

เนื้อฟิล์มไม่มีพื้นที่พอให้บันทึกเสียง เวลาสร้างเสร็จแล้วนำออกฉาย จึงต้องมีคนพากย์ติดสอยห้อยตามไปด้วย

โดยแต่ละภาคจะมีนักพากย์ประจำสาย เสียงพระเอก-นางเอก จึงแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น



นักพากย์สมัยก่อนที่ดัง ๆ ก็มี...

"ทิดเขียว" (สิน สีบุญเรือง) ท่านผู้นี้ วงการนักพากย์ยกให้เป็นปรมาจารย์การพากย์ และเป็น"บิดาของนักพากย์"

"พันคำ" (พร้อมสิน สีบุญเรือง) เป็นบุตรชายของทิดเขียว

"หม่อมหลวงรุจิราและมารศรี อิศรางกูร" ... หม่อมหลวงรุจิรา เสียชีวิตไปแล้ว เหลืออยู่แต่ "ป้ามารศรี" - นักแสดงผู้มากความสามารถ





ยุคต่อมา มีการสร้างภาพยนตร์ขนาด 35 มม. ฟิล์มมีความกว้างให้บันทึกเสียงได้

แต่ในระยะแรก ๆ ยังไม่มีการบันทึกเสียงจริงของนักแสดง คงถ่ายทำไปก่อน แล้วจึงพากย์เสียงใส่ลงไปทีหลัง

เวลานำภาพยนตร์ออกฉาย เสียงของพระเอก-นางเอก จะมีเสียงหล่อเหมือนกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็น

"มิตร ชัยบัญชา" "สมบัติ เมทะนี" "ยอดชาย เมฆสุวรรณ" หรือ "ครรชิต ขวัญประชา"



ภายหลัง หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงริเริ่มใช้ระบบ "ซาวนด์ ออน ฟิล์ม" (Sound on Film) คือ บันทึกเสียงจริง

ของนักแสดงลงบนแผ่นฟิล์มเลย .......... นับแต่นั้นมา ผู้ชมภาพยนตร์จึงได้สัมผัสเสียงดาราว่าจริง ๆ แล้ว

เสียงของดาราที่ตนชื่นชอบเป็นอย่างไร.

ให้สัมภาษณ์โดย "ชูชาติ อินทร" - หัวหน้าทีมพากย์อินทรี

ข้อมูลทั้งหมดจาก : http://www.siamdvd.net
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://muistudio.forumotion.net
 
ความเป็นมาของการพากย์ภาพยนตร์ในประเทศไทย
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1
 Similar topics
-
» Quaint Quiz : คำขมทิ่มแทงหัวใจดัง ปั๊ก!!
» เข้ามาเลี้ยงเด็กกันเถอะ...!! (ตอน 2)
» ข้อมูล "เสื้อผ้า" และ "เครื่องประดับ" ตัวละครทั้งหมด
» Lesson 39 : ประธานนักเรียนรุ่นที่ 2
» สมุดเช็คชื่อ : Lesson 39 : ประธานนักเรียนรุ่นที่ 2

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Mui Studio & Thai fandub :: ห้องช่างเทคนิค :: นานาสารพัน เรื่องพากย์-
ไปที่: